review-film-anime-etc

2008/Feb/04

ดูมาแย้ววว เพิ่งกลับมาเมื่อกี้สดๆร้อนๆ

ก่อนอื่น ขอขอบคุณ เก๋ มากๆๆๆๆ ที่ไปต่อคิวซื้อตั๋วให้ตั้ง 2 ชม. รักเก๋ที่ซู้ดดดดด (ไปซื้อตั้งแต่วันที่ 16 มค. แต่ได้ตั๋ววันที่ 4 กพ. ได้ข่าวว่า เปิดจองวันแรก วันที่ 14 กพ. ตอน 11 โมง แต่คนไปต่อคิวกันตั้งแต่ 8 โมง แค่วันเดียว ตั๋วเต็มไปถึงวันที่ 24 กพ. สุดยอดด!!)

ไม่ขอพูดถึงเรื่องหนังนะ เพราะมันก็ซ้ำกะ entry ก่อนหน้านู้น ที่เคยพูดไปแล้ว แต่เนื้อหามันเต็มขึ้น แน่นขึ้น ฉากประทับใจ ดูกี่ทีก็ยังสุดยอด เพลงก็ฟังกี่ที ก็ยังเพราะจับใจเหมือนเดิม ชอบๆๆๆๆ  แถมคุ้มสุดๆ ตั้ง 3 ชม.กว่า ค่าตั๋วแค่ 100 เดียวเอง แต่แนะนำว่า อย่าลืมเอาเสื้อกันหนาวไปด้วย เพราะในโรงหนาวมากกก (อาจจะเป็นเพราะวันนี้ฝนตกด้วย)

ได้ข่าวมาว่า ตั๋วของอาทิตย์สุดท้ายที่จะฉาย(อาทิตย์แรกเดือนมีนา) เปิดให้จองแล้ว แล้วก็จะมีของสมนาคุณพิเศษให้ด้วย แต่ไม่บอกว่าเป็นอะไร ใครยังไม่ได้ดูฉบับ Director's cut ก็ลองไปดูนะ หนุกมากๆ >__<

2007/Dec/01

เพิ่งกลับมาจากดูหนังเรื่อง "รักแห่งสยาม" สดๆร้อนๆ กว่าจะออกจากโรง กว่าจะขับรถไปส่งเพื่อน กว่าจะกลับมาถึงบ้าน เที่ยงคืนครึ่ง เหนื่อยด้วย ง่วงด้วย เพราะอดนอนมาหลายคืนแล้ว

ว่าจะนอน......แต่....ทนไม่ไหว....

ทนไม่ไหวจนยอมฝ่ากฎตัวเอง ที่ตั้งใจจะไม่อัพบลอคไปอีกซักระยะ แต่ดูแล้วทนไม่ได้ ต้องขอซักหน่อย

ตอนแรกไม่ได้สนใจจะดูเรื่องนี้เลย จนฮ้งกี้มาบอกว่า มันวายนะพี่ ไปดูกันเหอะ ตอนนั้นก็ยังเฉยๆ แต่แปลกใจเล็กน้อย ว่ามันวายจริงเหรอ ก็คิดว่าแค่ส่อๆ  จนมาเล่าให้มุจังฟัง ปรากฎว่ามุบอกว่า เออ ฟังวิทยุ ได้ยินดีเจบอกมาเหมือนกันว่ามันวาย เราก็เริ่ม... เฮ้ย แสดงว่ามันวายจริงๆใช่มั้ยเนี่ย  จนมาเข้าบลอกของ chibi ก็ไปเห็นโพสหัวข้อ entry ไว้ประมาณว่า เหตุผล 15 ประการที่สาววายต้องไปดูรักแห่งสยามในโรงหนัง  ไอ้เราก็ เฮ้ยยยยยยยยยยยย ชักอยากดูแล้วเว้ย  แต่ยังไม่ได้เปิดเข้าไปอ่านหรอก เพราะกลัวโดนสปอย กะว่าเดี๋ยวรอดูหนังก่อน แล้วค่อยอ่าน จนวันต่อมา เจอ frodoslave แล้ว frodoslave ก็บอกว่า เฮ้ย มันดีมากกกก ซึ้งโคดดดดด แกต้องไปดู เท่านั้นแหละ ทนไม่ไหวแล้วโว้ยตรู ต้องไปดูให้ได้

ดูจบแล้ว......

 ..

..

หนังดีโคดดดดดดดดดดด เป็นหนังที่ดีที่สุดที่เราได้ดูในรอบปีนี้

พูดเวอร์ไปมั้ย สำหรับบางคนอาจไม่ใช่ แต่สำหรับเรามันใช่

บทภาพยนตร์ดีมากกกกกก ซึ้งสุดๆ ดูแล้วอินโคด หลายสิ่งหลายอย่างมันประจวบเหมาะคล้ายๆกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเราในหลายๆเดือนที่ผ่านมา ไม่ใช่เหตุการณ์แบบเดียวกันเป๊ะหรอก แต่เหมือนกันในแง่การกระทำ และความคิด เผอิญว่าปีนี้เป็นปีมหาเฮงซวยของเรา มีแต่เรื่องเฮงซวยผ่านเข้ามาในชีวิต ขนาดปีนี้เป็นปีที่เราขยันทำบุญมากสุดแล้วนะ แต่ก็ยังมีแต่เรื่องแย่ๆไม่หยุดหย่อน

ถ้าเราได้ดูเรื่องนี้เมื่อปีที่แล้ว หรือดูตอนปีหน้า เราคงไม่อินเท่านี้ แต่นี่อินมาก เพราะว่าเป็นช่วงนี้  แถมเพลงก็เพราะโคดดด เราชอบเพลงนี้ตั้งแต่ตอนมันโปรโมทก่อนหนังฉายแล้ว ปกติเราก็ชอบฟลัวอยู่แล้วด้วย แถมฉากในหนังก็มีแต่สยามๆๆๆๆ ยิ่งอินง่ายเข้าไปใหญ่

ชอบสินจัยชะมัด เล่นดีโคด  ชอบคนที่เล่นเป็นโต้ง กับ นิว ด้วย ทั้งตอนเด็กตอนโตเลย น่ารักอะ คนที่เล่นเป็นหญิงก็น่ารักนะ

เดี๋ยวอาจจะมีหลุดสปอยเล็กๆออกมาบ้างนะ

เรื่องวายกว่าที่คิดไว้มากกกก ถึงจะมีคนบอกแล้วว่ามันวาย แต่ไม่คิดว่าจะวายขนาดนี้ ฉากวายน่ารักอ่ะ น่ารักมากกกกกกกกกก แถมมีฉาก...... กรี๊ดดดดดดดด โฮกกกกกกกกกกก

ส่วนตัวละครที่กระแทกอารมณ์เรามากที่สุด คือ สุนี ผู้หญิงแบบที่คนมักจะให้คะแนนเป็นลบถ้าคุณมองแค่ผิวเผิน ผู้หญิงที่คนอื่นอาจมองว่าซีเรียสเกินไป โดยไม่รู้ว่า เธอจำต้องรับบทบาทนั้น เพราะคนรอบข้างมันอ่อนแอห่วยแตก ผู้หญิงที่ต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเองอย่างสุดความสามารถเพื่อให้อะไรมันดีขึ้น ทั้งที่จริงๆแล้วเธออยากให้ใครซักคนช่วยเธอบ้าง

อีกคน ก็ กร ผู้ชายที่หนีความผิด โดยการโทษคนอื่น ผู้ชายที่จมอยู่กับตัวเอง โดยไม่มองรอบข้าง

ตรงนี้ไปต้องคนดูมาแล้ว ถึงรู้เรื่อง สปอยๆๆๆ เพราะงั้นจะทำเป็นสีขาว ลากแถบอ่านเอานะ

ฉากที่ชอบมาก คือ ตอนที่สุนีจัดกับข้าวชุดใหม่ให้กร แล้วตัวเองก็เอาพะโล้ชืดๆมากินกับข้าวที่ตากลมจนแข็ง เป็นครั้งแรกที่กรมองเห็นอย่างอื่นนอกจากตัวเอง เราเริ่มน้ำตาหยดแหมะก็ฉากนี้แหละ

ฉากที่สุนีระเบิดอารมณ์หลังจากทนอัดอั้นพยายามเข้มแข็งมานาน ฉากนั้นก็กระแทกอารมณ์มาก

ฉากที่นิวขึ้นไปร้องเพลงบนเวที ก็ได้อารมณ์มากเลย อินมากๆ

ฉากที่นิวเอาจมูกตุ๊กตาไม้ไปเสียบ หน้าก็ยังยิ้ม แต่น้ำตาก็ค่อยๆไหล ฉากนั้นก็สะเทือนใจสุดๆ

คำพูดที่กระแทกใจเรา ก็ตอนที่สุนีบอกว่า นี่เป็นสิ่งที่ชั้นสมควรได้รับเหรอ ทั้งๆที่ชั้นพยายามทำดีที่สุดแล้ว (จำคำพูดไม่ค่อยได้ แต่ประมาณนี้อ่ะนะ) ตอนนี้มันเป็นตอนหลังจากที่ สุนีทะเลาะกับกร ที่กรโทษสุนีว่า "ก็เพราะคุณเป็นอย่างงี้"  แล้วก่อนหน้านั้น จูนก็ตำหนิสุนีว่า "คุณรู้ตัวรึเปล่า ว่าทำอะไรลงไป" โดนใจมาก สุนีพยายามทำทุกอย่างให้มันดีขึ้น แต่มันพลาดไป เลยกลายเป็นความผิด ในขณะที่อีกคนไม่ผิดเพราะมันไม่ทำอะไรเลย

 อีกอันก็ตอนที่นิวพูดกับโต้งว่า "ฉันสงสัยว่า ถ้ารักใครมากๆ เราจะอยู่ได้ยังไง ถ้าวันนึงเขาจากไป  แต่อีกใจก็สงสัยว่า แล้วจะเป็นไปได้เหรอ ที่เราจะอยู่โดยไม่รักใคร"    อันนี้ก็เป็นเรื่องที่เราสงสัยมานานแล้วเหมือนกัน มันแค่ไหนกันที่เราควรจะรัก ในหนังเขาได้คำตอบกันไปแล้ว แต่เรายังแก้สมการออกไม่หมด

คำพูดโดนๆมีอีกหลายประโยค เช่น ถ้าโกรธกันเพราะเรื่องไร้สาระ แสดงว่าเราแคร์เขามาก หรือตอนที่จูนพูดถึงครอบครัวของโต้ง ตอนนั้นก็ชอบ

แต่แอบขัดใจตอนท้ายนิดหน่อย ทำม๊ายยยทำไมตอนท้ายโต้งต้องพูดกับนิวชัดเจนขนาดนั้น พูดแบบคลุมเครือ ตอนนี้ยังไม่รู้ หรือขออยู่แบบนี้ไปก่อน หรืออะไรก็ได้ ให้คนดูไปคิดต่อเองไม่ได้เรอะ  ฮึ่มๆ

ว่าแต่ใครกันนะตั้งชื่อตัวละคร โต้ง กับ นิว เราว่ามันช่างเหมาะจะเป็นชื่อเมะ กะ เคะ ดีแท้

สรุปว่า รักแห่งสยาม ไม่ว่าคุณจะเป็นสาววายหรือไม่ มันเป็นเรื่องที่คุณควรดู (แต่ถ้าเป็นสาววายด้วย จะยิ่งได้อารมณ์) ดีใจจังที่ได้ดูเรื่องนี้ส่งท้ายปี หลายอย่างที่เกิดขึ้นกับเราในปีนี้ ทำให้เราได้รู้ว่า ใครที่เข้าใจเรา  ใครที่วิ่งหาเราตอนเขามีทุกข์ แต่เรากลับด้อยค่าตอนเขามีความสุข  ใครที่ไม่เคยละเลยความรู้สึกของเราแม้เพียงเล็กน้อย อีกไม่กี่วัน ก็จะขึ้นปีใหม่แล้ว ก็หวังว่าความเฮงซวยทั้งหลายจะหมดไปซะที

สุดท้าย ขอบ่นอะไรอีกหน่อย วันนี้ร้านการ์ตูน ร้านนิยายวาย โดนจับหมดเลย มันจะอะไรกันนักหนากะการ์ตูนวาย นิยายวายฟระ มีอย่างอื่นที่ควรจะไปกวดขัน ควรจะไปดูแลมากกว่านี้ตั้งเยอะ มีอย่างอื่นที่มอมเมาอันตรายมากกว่านี้ตั้งเยอะ เพ่งเล็งอยู่แต่อันนี้นี่แหละ สาววายอ่านการ์ตูนวายนิยายวาย แล้วจะไปทำอะไรได้เรอะ อ่านแล้วจะท้องก่อนแต่งรึก็เปล่า จะไปมัวเมาคาวโลกีย์รึก็ไม่ใช่ เฮ้อออ.......เซ็งโคด   เป็นห่วงเพื่อนเราชะมัด